เจ้าหนูตีนระเบิด อย่าง เคอร์ลอน กับ ท่าไม้ตายของเขา

0
115
เคอร์ลอน นักเตะที่ล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน

เคอร์ลอน นักเตะชาวบราซิล นักเตะชื่อดังจากโลกโซเซียล ที่มีผู้คนแห่ชมความสามารถอันพิเศษ ที่นักฟุตบอลคนอื่นยากที่จะทำกันได้ เคอร์ลอน ได้ดังจากช่องทาง youtube ในคลิปเมื่อ 15 ปีก่อน เมื่อไม่นานมีคนในโลกโซเซียล ต่างพาการแชร์ และ เข้าชมเป็นจำนานมาก จนทำให้ผู้คนได้รู้จักกับ เคอร์ลอน ในฉายาที่เรียกกันว่า ” เจ้าแมวน้ำ “

เขาได้โชว์ทักษะการเล่นฟุตบอล ในเกมการแข่งขัน ศึกชิงแชมป์อเมริกาใต้รุ่นยู 17 ในรายการนี้ต้องบอกเลย ยกให้เขาเป็นที่หนึ่งของการสร้างสรรค์การเล่น ได้โชว์ลีลาเด็ดสุดมหัศจรรย์อย่างการทำท่า ” ซีล ดริบเบิ้ล ” หรือที่รู้จักันในชื่อท่าว่า ” เลี้ยงบอลแบบแมวน้ำ ” คือการเลี้ยงบอลโดยใช้ศีรษะ คือได้ว่าเป็นท่าไม้ตายของเขา ที่ไม่มีใครหยุดได้ นอกจากจะเสียบไม่ก็ยกเท้าสูงเลยข้ามหัวไปได้ การทำประตูของ เด็กตีนระเบิดชาวบารซิล ทำประตูไปทั้งหมด 8 ประตู ในการลงสนามทั้งหมด 7 แมตซ์ ของ ศึกชิงแชมป์อเมริกาใต้รุ่นยู 17 แต่ชายคนนี้ได้จบตำนานท่าไม้ตายนี้ลง เมื่อเขาได้ย้ายไปค้าแข้งต่างแดน ทำให้การสร้างสรรค์การเล่นได้จบเลยในขนาดนั้น

กำเนิดท่าไม้ตายที่เรียกว่า “แมวน้ำ “

หากต้องไล่เรียงรายชื่อนักเตะที่แจ้งเกิดกับ ศึกชิงแชมป์อเมริกาใต้รุ่นยู 17 ก็คงไม่พ้น 4 นักเตะที่เป็นตำนานอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่ และ นักเตะหลายคนอีกมากมาย เวทีนี้เสมือนโรงละครเฉิดฉายฝีเท้าให้คนทั้งโลกได้เห็น แต่มันก็ต้องเริ่มจากจุดเล็กๆไปถึงจุดที่ยิ่งใหญ่ การที่จะรู้ได้ว่านักเตะคนไหนมีพรสวรรค์ ก็ดูได้จาก 2 ปัจจัยหลักๆ คือ การทำประตู และ ทักษะที่โดดเด่นกว่าใครในสนาม ก็แน่นอนว่า เคอร์ลอน ก็เข้าข่ายจัดว่าเป็นนักเตะที่มีพรสรรค์ก็ว่าได้

ในปี 2005 ลงสนามคว้ารางวัล MVP ประจำรายการ และ พา บราซิล เป็นแชมป์สมัยที่ 7 จากผลงาน ที่ทำประตู 8 ประตู จาก 7 แมตซ์ของการแข่งขันมาทั้งหมด ตอนนั้นเขามีอายุ 17 ปี ส่วนสูง 167 เซนติเมตร สวมเสื้อหมายเลข 20 รูปร่างไม่ใหญ่มาก ผิวสีเข้มดำ และ ทักษะการเล่นฟุตบอล รูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับตำนานอย่าง โรนัลดินโญ่ จน เคอร์ลอน ได้รับฉายาว่า ” นิว โรนัลดินโญ่ ” ฉายานี้ได้รับหลังจบ ศึกชิงแชมป์อเมริกาใต้รุ่นยู 17

“ซีล ดริบเบิ้ล” เป็นท่าที่ เคอร์ลอน พยายามทำมาตลอดในการเล่นฟุตบอล ทีเด็ดบอล ประจำตัวของเขาคือท่านี้เลย งัดทักษะที่เขามีมาใช้ จะเอาหัวมาเลี้ยงลูกฟุตบอลได้ แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถหยุดได้กับท่านี้ ใครที่จะหยุดได้จริงได้จริงคือต้อง เบียดให้ล้ม แต่ก็อย่างว่า ทักษะนีน้อยคนที่จะทำได้ในการใช้ท่า “ซีล ดริบเบิ้ล” เลี่ยงจากแดนตัวเองไป 5 – 10 เมตร ถือได้ว่าช่วยทีมได้เยอะ ไม่นานต่อมา เขาก็ได้กลายเป็นที่ต้องการของตลาดนักเตะเ็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทีมยักษ์ใหญ่ ของ แมนยู และ ยูเวนตุส ที่ต้องการลายเซนต์ของ เคอร์ลอน ปรัทับไว้ในฉบับสัญญา เพราะต่างรู้ดีว่า เพรชเม็ดงาม ไม่รีบคว้าก็จะหยุดมือไป

แต่ชีวิตเส้นทางลูกหนังของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ได้ล้มเหลวเมื่ได้ย้ายมาเล่นให้แดนยุโรป ทำให้เขาได้มีโอกาสในการลงเล่น เพราะตอนนั้นยังอายุน้อย จนไม่ได้มีใครสนใจ เป็นพิเศษ จนกลายเป็นสิ่งที่เขานึกย้อนกลับไปในวันที่เขามี ชัยชนะ และ ยังคงตราตรึงกับท่าไม้ตายที่เรียกว่า ” แมวน้ำ ” ที่ทำให้ไม่รู้สึกท้อถอยในการค้าแข้ง ท่า ” ซีล ดริบเบิ้ล ” ยังเป็นสิ่งที่ทำให้มีสีสันที่สุดในชีวิต แม้ว่า เคอร์ลอน จะไม่ได้เป็นนักเตะระดับโลก แบบที่ยิ่งใหญ่จนคนจะจดจำ แล้ว เคอร์ลอน ได้กล่าวไว้ว่า ” ผมคือผู้ริเริ่มใช้มัน และไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีไม่มีใครสามารถเอาความภูมิใจนี้ไปจากผมได้ ” แล้วยังกล่าวอีกว่า ” ใครจะมองว่าผมแพ้ และ ล้มเหลวอย่างไรก็ช่างมัน ผมก็จะมองท่าไม้ตายอย่าง ” ซีล ดริบเบิ้ล ” ว่าเป็นเครื่องหมายเตือนใจ ของชัยชนะสำหรับชีวิตของผม “

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here